Everlasting Wanderer`
Everlasting Wanderer
ส่งท้าย... บ.ส.102
วันนี้ วันที่ 8 เมษายน 2549
พรุ่งนี้ วันที่ 9 เมษายน 2549
สำหรับ หลายๆ คนก็คงเป็นแค่วันอาทิตย์ธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไร
เพราะมันไม่ใช่ "วันเลือกตั้ง" หรือ บางคน อาจจะเป็น "วันชุมนุม" แต่ก็ไม่เกี่ยวกันนิ
แต่สำหรับเราแล้ว มันเป็นวันที่จะต้องเดินไปอีกเส้นทางหนึ่ง
เส้นทางที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย...
แต่ก็คงจะต้องเลือก เพื่อความฝันอันสูงสุด ซึ่งนั่นก็คือ... โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
กับเส้นทางชีวิต ที่ (เหมือนจะ) ถูกลิขิตขึ้นมาแล้ว กับ สาย ศิลป์-ญี่ปุ่น
ใจหนึ่ง ก็คือ อยากไป
แต่อีกใจ ก็คือ อยากกลับ อยากกลับสู่แดนดินถิ่นม่วงขาวสถาบัน นามว่า บ.ส.
ด้วยหน้าที่ และความหวัง รวมทั้งเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ได้มอบไว้กับที่นี่
ถึงแม้ว่า ที่บ้านสมเด็จฯ จะไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยดอกกุหลาบ
แต่ในใจลึกๆ ก็คิดว่า ก็หวังว่า มันคงจะเป็นดอกชงโค ที่โรยไว้ล่ะมั้ง...
ปลายทาง ที่ดูแสนไกล แต่ก็ไม่รู้ ว่านั่นคืออะไร...? แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่เรียบนัก
แต่ก่อนที่จะถึงปลายทางดอกชงโค ยังมีหน้าที่อันใหญ่หลวงอีกมากมายรออยู่
ด่านแรกที่จะต้องเจอ คือ พาเหรด ความหวัง กู้ที่หนึ่งให้กลับคืนมา
ด่านที่สอง กรรมการนักเรียน ช่วยจัดระเบียบโรงเรียน (หรือเปล่า)
ด่านที่ 3 หน้าที่ประจำยามเช้า ร้องเพลงชาติ - สวดมนต์ - กล่าวคำปฏิญาณ
ถึงแม้ว่า ไอด่านที่ 3 จะเป็นอะไรที่ทนทาน มาตั้งหลายเดือนแล้วก็เหอะ 555+
ด่านที่ 4 แสตนด์!! ด่านที่ยากเย็น และเป็นความฝันที่หวังไว้มากที่สุด
แต่กลายเป็นว่า ไม่รู้ตั้งกี่ด่าน ก็คงได้เป็นแค่เส้นทางรองเท่านั้น ที่ไม่อาจจะหวนกลับมาได้
หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะ ถ้าสมมติว่า ไป ต.อ. จริง สิ่งเหล่านี้
เราก็คงเป็นได้แค่เบื้องหลัง หรือ คนที่คอยบุ๋นเท่านั้น ที่แทบจะไม่มีบทบาทอะไร
แต่จิตสำนึกลึกๆ ก็อยากจะทำให้ออกมาดีที่สุด เพราะเป็นความฝันที่มาตั้งแต่ ม.2
สิ่งเหล่านี้ ก็คงต้องฝากไว้ให้เพื่อนๆ ทุกคน รับช่วงต่อไปแล้วล่ะ...
ไม่ใช่ว่าทิ้ง หรือ หนี แต่ที่ไป ก็เพราะทางเลือกที่อาจจะดีกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ดีที่สุดก็ตาม
อยากจะบอกให้ทุกคนรู้ว่า ชีวิตที่บ้านสมเด็จฯ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เป็นอะไรที่มีคุณค่ามาก
เป็นเวลาที่ทำให้รู้ถึง ความสุข ความทุกข์ ความโศกเศร้า ความกล้าหาญ ความเป็นเพื่อน
ความจริงใจ หน้ากาก ความไร้สาระ ความบ้าบอคอแตก ความบ้าดีเดือด ความสนุก
และก็ยังมีอะไรอีกตั้งมากมาย ที่สาธยายไม่หมด เพราะมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกัน
อาจารย์หลายๆ คน ก็ยังคงเป็นท็อปออฟลิสต์ไม่เปลี่ยนแปลง
อ.เอก อ.ลิฟ อ.เก่ง อ.พรชัย อ.อุ พี่อ้อย พี่เม่น ครูเอท แม่ยุ อ.ต๋อย อ.ต้น อ.ใจ อ.แอน อ.ก๊อก อ.ตู่ อ.จง
อ.ภิญโญ อ.วรรณ อ.ประยูร พระอาจารย์อีกหลายๆ รูป แล้วก็อาจารย์ฝึกสอนที่น่ารักอีกหลายๆ คน
ตลอดจน ผอ.เจียมศักดิ์ คงสงค์ และ อาจารย์อีกหลายๆ คน ที่อดีตเคยเป็นคนที่เคยน่าเคารพเทิดทูน
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนๆ ที่มีสายเลือด ม่วง-ขาวเหมือนกัน เมื่อถึงเวลาสำคัญๆ
เลือดทุกหยด ก็จะมารวมกันเพื่อประกาศเกียรติภูมิของสายเลือดของพวกเรา
ถึงแม้ว่า เรา จะไม่มีโอกาสได้ร่วมสืบทอดอย่างเต็มภาคภูมิ ในเวลาอีก 2 ปีที่เหลือ
ก็อยากจะฝากความหวังที่ยังคงเหลืออยู่ ไว้กับเพื่อนๆ ให้ช่วยสืบทอดเจตนารมณ์ด้วยนะ...
อยากจะบอกให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนรู้อยู่เสมอว่า "กิตติพัฒน์ มณีใหญ่" "ม่อน" หรือ ไอช้าง คนนี้
ยังรัก และเป็นห่วงทุกคนเสมอ อยากให้ทุกคนรู้รักสามัคคีกัน ร่วมมือกัน ประกาศนาม
"โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา" และ
"สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ท่านเจ้าพ่อช่วง บุนนาค" ต่อไปด้วย...
ขอโทษ ที่ไม่ได้มีโอกาสได้ร่วมเดินทางต่อไป หรือ ถ้าได้ร่วม ก็อาจจะเป็นเพียงแค่เรือพ่วงอีกลำ หรือ สองลำ
แต่ก็หวังว่า เรือพ่วงลำนี้ จะไม่ได้เป็นภาระของพวกเพื่อนๆ และทุกๆ คน
มีอะไรที่เคยขัดแย้ง หรือ ทำไม่ดีไว้ อยากจะขอโทษทุกคนไว้ ณ ตรงนี้
ใครที่ทำอะไรไม่ได้ดีไว้ เราก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ... ไม่ขออาฆาต พยาบาทกับใคร
(น้ำเน่าว่ะ 555555555+)
ต่อจากนี้... คงได้แต่คิดถึง และก็คงไม่มีภาพแบบนี้ให้เห็นบ่อยนัก หรือ อาจจะไม่มีเลย
---1--- นักเรียนทั้งหมด แถว...ตรง!! ชาติของเรา เป็นไทอยู่ได้ มาจนถึงทุกวันนี้
เพราะบรรพบุรุษของเรา เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิต และความลำบากยากเข็ญเข้าแลกไว้
เราต้องสละชีพเพื่อชาติ เราต้องบำรุงศาสนา เราต้องรักษาพระมหากษัตริย์
---2--- ไปเรียน ร.ด. กับพวกแก นั่งแท็กซี่เบียดกันไปเยอะๆ เหอะๆๆ
ขากลับ ก็ขึ้นรถไฟฟ้า เด็กหัวเรียน ในชุดกากีขึ้นรถไฟฟ้ากันที 6-7 คน
---3--- ไอคนต๊องๆ ที่ขึ้นไปเต้น ชูวับๆ แบบไม่อายใคร เหอะๆๆ ถ้าไม่รวมไอเติ้ล กับ ไอฟีม
ที่แอบซุ่มเงียบ /heh แต่ตอนวันเด็ก มันก็เต้น หมอลำได้สะใจกว่ามากมาย 5555+
---4--- ไม่มีไอคนบ้าๆ คอยมาบ้าเกาหลี จีน ญี่ปุ่นอีกล่ะ นานๆ ทีถึงจะโผล่มาบ้าสักที
แล้วก็อีกหลายๆ อย่าง เฮ่อ..... พรรณนาไม่หมด แต่บางอย่าง ก็รู้สึกเหมือนกับว่า
ยังอยู่กับวันที่ผ่านมาอยู่เลยนะ 5555+
=================
ตอนนี้รู้สึกตัวเอง เหมือนเพลงของพันซ์ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ.... วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล
บอกกับตัวเองจะไม่ร้องไห้ บอกกับหัวใจว่าเธอไปดี
เพื่อชีวิตของเธอที่ดีกว่าวันนี้ อย่างน้อยก็ควรยินดีใช่ไหม
*ไม่เห็นจะมีอะไรต้องกังวล ไม่เห็นจะมีเหตุผลต้องเสียใจ
แต่พอเธอเดินเข้ามาวางมือบนบ่าน้ำตาก็ไหล
มันเหงาเสียจนหัวใจสะท้าน
**ต่อจากนี้จะไม่เจอกันแล้ว ไม่มีแล้ววันที่ดีอย่างเมื่อวาน
ไม่มีมือคู่นี้ ที่เคยกุมมือกัน ไม่มีวันที่เรานั้นจะเหมือนเดิม
(ไม่มีวันที่ชีวิตฉัน จะเหมือนเดิม)
บอกกับตัวเองว่าเราฝันไป บอกกับหัวใจเขาไม่ใช่ของเรา
แค่หลับฝันชั่วคืน พอตื่นก็คืนเขา
ก็รู้ก็พอเข้าใจใช่ไหม
*ไม่เห็นจะมีอะไรต้องกังวล ไม่เห็นจะมีเหตุผลต้องเสียใจ
แต่พอเธอเดินเข้ามาวางมือบนบ่าน้ำตาก็ไหล
มันเหงาเสียจนหัวใจสะท้าน
**ต่อจากนี้จะไม่เจอกันแล้ว ไม่มีแล้ววันที่ดีอย่างเมื่อวาน
ไม่มีมือคู่นี้ ที่เคยกุมมือกัน ไม่มีวันที่เรานั้นจะเหมือนเดิม
(ไม่มีวันที่ชีวิตฉัน จะเหมือนเดิม)
===================
ส่งท้าย... บ.ส.102
วันนี้ วันที่ 8 เมษายน 2549
พรุ่งนี้ วันที่ 9 เมษายน 2549
สำหรับ หลายๆ คนก็คงเป็นแค่วันอาทิตย์ธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไร
เพราะมันไม่ใช่ "วันเลือกตั้ง" หรือ บางคน อาจจะเป็น "วันชุมนุม" แต่ก็ไม่เกี่ยวกันนิ
แต่สำหรับเราแล้ว มันเป็นวันที่จะต้องเดินไปอีกเส้นทางหนึ่ง
เส้นทางที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย...
แต่ก็คงจะต้องเลือก เพื่อความฝันอันสูงสุด ซึ่งนั่นก็คือ... โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
กับเส้นทางชีวิต ที่ (เหมือนจะ) ถูกลิขิตขึ้นมาแล้ว กับ สาย ศิลป์-ญี่ปุ่น
ใจหนึ่ง ก็คือ อยากไป
แต่อีกใจ ก็คือ อยากกลับ อยากกลับสู่แดนดินถิ่นม่วงขาวสถาบัน นามว่า บ.ส.
ด้วยหน้าที่ และความหวัง รวมทั้งเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ได้มอบไว้กับที่นี่
ถึงแม้ว่า ที่บ้านสมเด็จฯ จะไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยดอกกุหลาบ
แต่ในใจลึกๆ ก็คิดว่า ก็หวังว่า มันคงจะเป็นดอกชงโค ที่โรยไว้ล่ะมั้ง...
ปลายทาง ที่ดูแสนไกล แต่ก็ไม่รู้ ว่านั่นคืออะไร...? แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่เรียบนัก
แต่ก่อนที่จะถึงปลายทางดอกชงโค ยังมีหน้าที่อันใหญ่หลวงอีกมากมายรออยู่
ด่านแรกที่จะต้องเจอ คือ พาเหรด ความหวัง กู้ที่หนึ่งให้กลับคืนมา
ด่านที่สอง กรรมการนักเรียน ช่วยจัดระเบียบโรงเรียน (หรือเปล่า)
ด่านที่ 3 หน้าที่ประจำยามเช้า ร้องเพลงชาติ - สวดมนต์ - กล่าวคำปฏิญาณ
ถึงแม้ว่า ไอด่านที่ 3 จะเป็นอะไรที่ทนทาน มาตั้งหลายเดือนแล้วก็เหอะ 555+
ด่านที่ 4 แสตนด์!! ด่านที่ยากเย็น และเป็นความฝันที่หวังไว้มากที่สุด
แต่กลายเป็นว่า ไม่รู้ตั้งกี่ด่าน ก็คงได้เป็นแค่เส้นทางรองเท่านั้น ที่ไม่อาจจะหวนกลับมาได้
หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะ ถ้าสมมติว่า ไป ต.อ. จริง สิ่งเหล่านี้
เราก็คงเป็นได้แค่เบื้องหลัง หรือ คนที่คอยบุ๋นเท่านั้น ที่แทบจะไม่มีบทบาทอะไร
แต่จิตสำนึกลึกๆ ก็อยากจะทำให้ออกมาดีที่สุด เพราะเป็นความฝันที่มาตั้งแต่ ม.2
สิ่งเหล่านี้ ก็คงต้องฝากไว้ให้เพื่อนๆ ทุกคน รับช่วงต่อไปแล้วล่ะ...
ไม่ใช่ว่าทิ้ง หรือ หนี แต่ที่ไป ก็เพราะทางเลือกที่อาจจะดีกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ดีที่สุดก็ตาม
อยากจะบอกให้ทุกคนรู้ว่า ชีวิตที่บ้านสมเด็จฯ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เป็นอะไรที่มีคุณค่ามาก
เป็นเวลาที่ทำให้รู้ถึง ความสุข ความทุกข์ ความโศกเศร้า ความกล้าหาญ ความเป็นเพื่อน
ความจริงใจ หน้ากาก ความไร้สาระ ความบ้าบอคอแตก ความบ้าดีเดือด ความสนุก
และก็ยังมีอะไรอีกตั้งมากมาย ที่สาธยายไม่หมด เพราะมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกัน
อาจารย์หลายๆ คน ก็ยังคงเป็นท็อปออฟลิสต์ไม่เปลี่ยนแปลง
อ.เอก อ.ลิฟ อ.เก่ง อ.พรชัย อ.อุ พี่อ้อย พี่เม่น ครูเอท แม่ยุ อ.ต๋อย อ.ต้น อ.ใจ อ.แอน อ.ก๊อก อ.ตู่ อ.จง
อ.ภิญโญ อ.วรรณ อ.ประยูร พระอาจารย์อีกหลายๆ รูป แล้วก็อาจารย์ฝึกสอนที่น่ารักอีกหลายๆ คน
ตลอดจน ผอ.เจียมศักดิ์ คงสงค์ และ อาจารย์อีกหลายๆ คน ที่อดีตเคยเป็นคนที่เคยน่าเคารพเทิดทูน
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนๆ ที่มีสายเลือด ม่วง-ขาวเหมือนกัน เมื่อถึงเวลาสำคัญๆ
เลือดทุกหยด ก็จะมารวมกันเพื่อประกาศเกียรติภูมิของสายเลือดของพวกเรา
ถึงแม้ว่า เรา จะไม่มีโอกาสได้ร่วมสืบทอดอย่างเต็มภาคภูมิ ในเวลาอีก 2 ปีที่เหลือ
ก็อยากจะฝากความหวังที่ยังคงเหลืออยู่ ไว้กับเพื่อนๆ ให้ช่วยสืบทอดเจตนารมณ์ด้วยนะ...
อยากจะบอกให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนรู้อยู่เสมอว่า "กิตติพัฒน์ มณีใหญ่" "ม่อน" หรือ ไอช้าง คนนี้
ยังรัก และเป็นห่วงทุกคนเสมอ อยากให้ทุกคนรู้รักสามัคคีกัน ร่วมมือกัน ประกาศนาม
"โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา" และ
"สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ท่านเจ้าพ่อช่วง บุนนาค" ต่อไปด้วย...
ขอโทษ ที่ไม่ได้มีโอกาสได้ร่วมเดินทางต่อไป หรือ ถ้าได้ร่วม ก็อาจจะเป็นเพียงแค่เรือพ่วงอีกลำ หรือ สองลำ
แต่ก็หวังว่า เรือพ่วงลำนี้ จะไม่ได้เป็นภาระของพวกเพื่อนๆ และทุกๆ คน
มีอะไรที่เคยขัดแย้ง หรือ ทำไม่ดีไว้ อยากจะขอโทษทุกคนไว้ ณ ตรงนี้
ใครที่ทำอะไรไม่ได้ดีไว้ เราก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ... ไม่ขออาฆาต พยาบาทกับใคร
(น้ำเน่าว่ะ 555555555+)
ต่อจากนี้... คงได้แต่คิดถึง และก็คงไม่มีภาพแบบนี้ให้เห็นบ่อยนัก หรือ อาจจะไม่มีเลย
---1--- นักเรียนทั้งหมด แถว...ตรง!! ชาติของเรา เป็นไทอยู่ได้ มาจนถึงทุกวันนี้
เพราะบรรพบุรุษของเรา เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิต และความลำบากยากเข็ญเข้าแลกไว้
เราต้องสละชีพเพื่อชาติ เราต้องบำรุงศาสนา เราต้องรักษาพระมหากษัตริย์
---2--- ไปเรียน ร.ด. กับพวกแก นั่งแท็กซี่เบียดกันไปเยอะๆ เหอะๆๆ
ขากลับ ก็ขึ้นรถไฟฟ้า เด็กหัวเรียน ในชุดกากีขึ้นรถไฟฟ้ากันที 6-7 คน
---3--- ไอคนต๊องๆ ที่ขึ้นไปเต้น ชูวับๆ แบบไม่อายใคร เหอะๆๆ ถ้าไม่รวมไอเติ้ล กับ ไอฟีม
ที่แอบซุ่มเงียบ /heh แต่ตอนวันเด็ก มันก็เต้น หมอลำได้สะใจกว่ามากมาย 5555+
---4--- ไม่มีไอคนบ้าๆ คอยมาบ้าเกาหลี จีน ญี่ปุ่นอีกล่ะ นานๆ ทีถึงจะโผล่มาบ้าสักที
แล้วก็อีกหลายๆ อย่าง เฮ่อ..... พรรณนาไม่หมด แต่บางอย่าง ก็รู้สึกเหมือนกับว่า
ยังอยู่กับวันที่ผ่านมาอยู่เลยนะ 5555+
=================
ตอนนี้รู้สึกตัวเอง เหมือนเพลงของพันซ์ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ.... วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล
บอกกับตัวเองจะไม่ร้องไห้ บอกกับหัวใจว่าเธอไปดี
เพื่อชีวิตของเธอที่ดีกว่าวันนี้ อย่างน้อยก็ควรยินดีใช่ไหม
*ไม่เห็นจะมีอะไรต้องกังวล ไม่เห็นจะมีเหตุผลต้องเสียใจ
แต่พอเธอเดินเข้ามาวางมือบนบ่าน้ำตาก็ไหล
มันเหงาเสียจนหัวใจสะท้าน
**ต่อจากนี้จะไม่เจอกันแล้ว ไม่มีแล้ววันที่ดีอย่างเมื่อวาน
ไม่มีมือคู่นี้ ที่เคยกุมมือกัน ไม่มีวันที่เรานั้นจะเหมือนเดิม
(ไม่มีวันที่ชีวิตฉัน จะเหมือนเดิม)
บอกกับตัวเองว่าเราฝันไป บอกกับหัวใจเขาไม่ใช่ของเรา
แค่หลับฝันชั่วคืน พอตื่นก็คืนเขา
ก็รู้ก็พอเข้าใจใช่ไหม
*ไม่เห็นจะมีอะไรต้องกังวล ไม่เห็นจะมีเหตุผลต้องเสียใจ
แต่พอเธอเดินเข้ามาวางมือบนบ่าน้ำตาก็ไหล
มันเหงาเสียจนหัวใจสะท้าน
**ต่อจากนี้จะไม่เจอกันแล้ว ไม่มีแล้ววันที่ดีอย่างเมื่อวาน
ไม่มีมือคู่นี้ ที่เคยกุมมือกัน ไม่มีวันที่เรานั้นจะเหมือนเดิม
(ไม่มีวันที่ชีวิตฉัน จะเหมือนเดิม)
===================


ลีด 4 ปี
แสตนด์ที่ 1
พาเหรดดึงถ้วยชนะ!!
กีฬายอดเยี่ยม
โอ้ววว ครบ เหอๆๆ