สิ่งที่เปลี่ยนไป...
อืม... ไม่ได้อัพบล็อกนาน
รู้สึกว่า มันมีอะไรเปลี่ยนไปเยอะนะ ตั้งแต่กลับมาจากเขาชนไก่
"ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน"
มันเป็นคำพูด ที่รู้สึกว่า ติดตรึงใจมา ตั้งแต่กลับมาจากค่ายมา จนถึงทุกวันนี้
แลดูเหมือนว่า ไม่มีคติประจำตัวอันไหน ที่จะโดนเท่าอันนี้อีกแล้ว
ชีวิต มันมีอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งที่ดี แล้วก็แย่ๆ เข้ามาประดังได้ทุกวี่ทุกวัน
และแน่นอนว่า ชีวิต มันย่อมท้อแท้เป็นธรรมดา ถ้าเจอเรื่องแย่ๆ ถาโถมเข้ามา
ส่วนไอเรื่องดี ๆ มันก็เข้ามาปลอบใจได้สักระยะหนึ่ง มันก็ดีอยู่นะ
แต่รู้สึกได้ทันทีเลยว่า "ทำไม ความสุขมันถึงได้เร็วจัง"
อยากเอาความทุกข์ ที่มันมีเป็นล้าน มาแลกกับความสุขบ้าง แต่แลดูเหมือนว่า...
มันจะแลกไม่ได้
จริงๆ เราเองก็อยากจะมีชีวิตที่เหมือนคนอื่นบ้างนะ อยากกลับบ้านเร็วๆ
ไม่อยากทำอะไร นอกจากอยู่แบบสบายๆ เฉยๆ ใช้ชีวิตสบายๆ ไปวันๆ
มันเหนื่อยแหละ เหนื่อยมากๆ ที่จะต้องมีชีวิตที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา
อยู่โรงเรียน ก็ต้องทำกิจกรรม ทำงานนู่นๆ นี่ๆ พอกลับมาถึงบ้าน ก็ต้อง
มานั่งเคลียร์งาน หรือไม่งั้น ถ้าว่างๆ ก็นั่งอ่านหนังสือ แต่รู้สึกหลังๆ มา
แทบไม่ได้ช่วยที่บ้านทำงานเลย แลดูเหมือนกินแรงมาก สงสารที่บ้านที่สุด
ต้องมาดูแล ไอ้ลูกแย่ๆ ที่ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรที่บ้านเท่าไหร่ แถมกลับบ้านมา
ทีไร เป็นอันต้อง แดกล้างแดกผลาญได้อีก -*- อีกอย่างที่รู้สึกแย่ รู้สึกเหมือน...
ไม่ค่อยมีเวลาให้ตัวเอง บางทีก็อยากทำอะไรที่เป็นอิสระบ้าง... อยากพักบ้าง
แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อยากรู้เหมือนกันว่าเพราะทำไมถึงทำไม่ได้
ปิดเทอม... สิ่งที่เปลี่ยนไป ก็คือ แก่ขึ้นอีกปีแล้วแหละ มีรุ่นน้อง ที่เป็นรุ่นหลานมาแล้ว
ศิลป์-ญี่ปุ่น ปีนี้ ดำเนินมาเป็นปีที่ 9 ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ว่าเราเอง กลายเป็น
รุ่นลุงของรุ่นหลานๆ แล้ว ความรู้สึกก็เหมือนทุกๆ ปี แต่รู้สึกเหมือนกับว่า เรายัง
ต้องคอยช่วยเหลือน้องๆ อยู่ ยังปล่อยไม่ได้ เพราะเหมือนกับเรามีบทเรียน ที่มันเคย
ผิดพลาดตอนอดีตมาด้วยมั้ง... ไม่รู้สิ รู้สึกรักน้องๆ ทุกคน รักมากๆ ด้วย ไม่รู้ทำไม
รักศิลป์ญี่ปุ่น เตรียมอุดมมากๆ รักเพื่อน รักน้อง รัก อาจารย์ มากขึ้นทุกๆ วัน
เหมือนกับว่า เราโตสุดแล้วด้วยมั้ง ในบ้านหลังนี้ ซึ่งปีหน้า ก็ต้องก้าวออกไปแล้ว
หรือถ้าไม่ออก ก็เพราะไม่ผ่าน 555+
ใจหายน่าดู... ทำไม เผลอๆ จากคนที่ถูกรับน้อง แปรสภาพมาเป็น คนรับ
แล้วก็กลายมาเป็น "คน" ที่คอยเป็นกำลังใจให้น้องทั้งสองรุ่นผ่านอุปสรรคจากรับน้องไปให้ได้
ซินเดอเรลล่า... ละคร ที่ทำให้ศิลป์ญี่ปุ่น กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง 555+
หลังจากไปกวาดรางวัลที่ 2 กับ ขวัญใจมหาชนมา ซึ่งไม่น่าจะได้ด้วยซ้ำ อิอิ
รักเพื่อนๆ ขึ้นอีกเป็นกอง รู้สึก ว่า ศิลป์ญี่ปุ่น ก็ทำชื่อ ทำเสียง ให้กับ รร.ได้เหมือนกันนะ
ประธานตึก...
สิ่งที่รู้สึกแปลกไปมากที่สุด เป็นอะไรที่ทำให้รู้สึก ทั้งตื่นเต้น ทั้งเครียดไปเลย ในเวลาเดียวกัน
ชีวิต ที่มีอยู่อีกหนึ่งปี ในรั้วเตรียมอุดมฯ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้
มันรู้สึกแปลกไปทุกสิ่งทุกอย่าง แปลกจริงๆ แปลกได้อีก แปลก ไม่รู้จะแปลกยังไง
ความรู้สึกคือ เราต้องนำคน ถึง 400 กว่าคน ทั้งๆ ที่ นำคนแค่ 80 คนก็แทบจะสิ้นชีพแล้ว
แล้ว 400 คน!! กูจะไหวมั้ยเนี่ยยยยยยยยยย
แอบยอมรับ ว่าท้อแท้ ว่าเหนื่อย ว่ารู้สึกไม่ดี เพราะมันมีแต่ความรู้สึกไม่พร้อม
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร... ตอบไม่ได้
รู้สึก มันคงจะเป็นงานที่เหนื่อยที่สุด ในปีนี้เลยก็ว่าได้... นอกจากนี้ ยังต้องพยายามทำตัวให้ดี
ทำงานให้เร็ว ทำให้ ป้าขำ เขาพอใจ ไม่งั้นก็จะโดนโขกสับซะเละเทะแบบที่เคยโดน
อืม... จะทำไงดีวะเนี่ย... กูเองก็ไม่ได้ว่าโปรอะไรขนาดนั้น เฮ่อ....
ทำไมถึงลง ทำไมถึงส่งใบสมัคร ทำไมถึงไม่ปฏิเสธเรื่องใบสมัคร แล้วทำไม....
กูถึงได้เป็นวะเนี่ย?? สงสัยในชีวิตมายาวนานมาก เฮ่อ....
ไม่รู้แหละ จะยังไงก็ตาม ยังไงก็ต้องสู้ต่อไป สู้จนกว่า ไม่กิจกรรมหมด ลมหายใจกูก็ต้องหมด
กันไปข้างนึง เอาซี่... ใครจะชนะ มาเจอกันหน่อย ชีวิต ม.6 ณ เตรียมอุดมศึกษา!!
"ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน
ความสบายที่ยาวนาน จะรอนราญความเป็นคน"
ป.ล. หัวหน้าหมวด 1 กองร้อย 384 อัศวินพาตามอน รายงานตัวครับ!!
ป.ล.2 กูจะสู้เพื่อวันพรุ่งนี้ "เดินไปแสนเหนื่อยล้า แม้บนหนทางกระหน่ำฝุ่น แต่ก็เพื่อพรุ่งนี้"
ป.ล.3 อยากเป็นคนที่ 2 ของอักษรฯ ที่เรียน ร.ด. ต่อปี 4 เว่ยยยยยยยยย จะทำให้ได้!!
ป.ล.4 ทำไงกับ ป้าขำ ดีวะเนี่ยกู - -*
ป.ล.5 คิดถึง บ.ส.102-105 ทุกคน และ ป๊า สุดๆ
ป.ล.6 รัก ศิลป์-ญี่รุ่น รุ่น 7-8-9 มากๆๆ รักเซนเซ รัก ต.อ.69 ด้วย
ป.ล.7 พูดไม่ออก บอกไม่ถูก - -*
